ผู้ว่าฯ ขอนแก่น มอบวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพ และมอบเงินสนับสนุนการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยแก่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส ในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ “แก้จนคนขอนแก่น สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน”
วันนี้ (25 เม.ย. 67) นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน โดยให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ผ่านกลไกกระทรวง กรม การบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยได้กำหนดการแก้ไขปัญหาความยากจนตามแนวทางการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนโดยใช้ข้อมูลตามระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า หรือ TPMAP การแก้ไขปัญหาความยากจนในมิติด้านรายได้ เพื่อให้ครัวเรือนมีรายได้เพียงพอต่อรายจ่าย สร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้ให้แก่ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนให้สูงขึ้น เพราะปัญหามิติด้านรายได้เป็นพื้นฐานของปัญหาในมิติอื่น ๆ
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่น ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ฯ มาอย่างต่อเนื่อง และให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัด ซึ่งจังหวัดขอนแก่นบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ค้นหาครัวเรือนยากจนเป้าหมายโดยใช้เวทีประชาคมระดับหมู่บ้าน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลตั้งต้น ในการดำเนินงานขจัดความยากจนฯ จังหวัดขอนแก่น
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต่อว่า จังหวัดขอนแก่นได้จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพ และมอบเงินสนับสนุนการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยแก่ครัวเรือนเป้าหมายในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ “แก้จนคนขอนแก่น สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ครัวเรือนเป้าหมายได้รับความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาในมิติต่าง ๆ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมี ท่านกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดขอนแก่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดขอนแก่น พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น นายอำเภอทุกอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ทั้ง 26 อำเภอ ผู้บริหาร บริษัท เพชรน้ำเอกปิโตรเลียม จำกัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น และครัวเรือนเป้าหมาย ร่วมพิธีฯ
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย
1) การมอบวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 38 ครัวเรือน ซึ่งจังหวัดได้พิจารณาคัดเลือกครัวเรือนเข้าร่วมโครงการจากครัวเรือนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มิติด้านรายได้ ที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาได้ รวมถึงพิจารณาจากกิจกรรมของครัวเรือนที่มีโอกาสในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน โดยให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนร่วมลงพื้นที่กับผู้นำชุมชน สัมภาษณ์ครัวเรือนเป้าหมายเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาให้การสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ประกอบอาชีพ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาคีการพัฒนา ดังนี้ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดขอนแก่น จำนวน 203,748 บาท สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น จำนวน 100,000 บาท และบริษัทเพชรน้ำเอกปิโตรเลียม จำกัด จำนวน 12,390 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 316,138 บาท
2) การมอบเงินสนับสนุนการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย แก่ครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 80 หลัง 46 อปท. เป็นเงิน 3,000,000 บาท โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น และ
3) การมอบเงินสนับสนุน โครงการบ้านห่วงใยจากใจ GLO ประจำปี 2566 จำนวน 2 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 200,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 400,000 บาท ได้แก่ ครัวเรือนนายทองจันทร์ มาตรมวล อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และ ครัวเรือนนายอำนาจ นามประมา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
“จังหวัดขอนแก่นมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับประชาชนในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญในการช่วยเหลือครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ด้อยโอกาส ให้ได้มีเครื่องมือในการประกอบอาชีพ จะช่วยส่งผลให้ครัวเรือนเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความอุ่นใจว่า ข้าราชการไม่ทอดทิ้งประชาชน พร้อมทั้งสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ต่อยอดนำไปสู่การจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวขอนแก่นได้อย่างยั่งยืน” นายไกรสรฯ กล่าวในช่วงท้าย